Archives Art Galleries

ทำตนเหมือนเด็กวัด

คุณยายเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายมาแท้ ๆ แต่คุณยายไม่เคยวางตัวใหญ่โต โอ้อวดกับใคร กลับทำตนเสมอเด็กวัดผู้หนึ่ง คุณยายบอกว่า “ยายมอบงานให้หลวงพ่อท่านหมดแล้ว แต่ท่านเป็นพระ เรื่องเด็ก ๆ น้อย ๆ หยุม ๆ หยิม ๆ ยายเลยต้องคอยตามเก็บงานให้ ” นี่คือคุณธรรมอันประเสริฐที่มีอยู่ในตัวคุณยาย

ต้นแบบการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

เอาใจเขามาใส่ใจเรา คุณยายท่านเป็นคนเกรงใจคน และเอาใจเขามาใส่ใจเรา เวลา มีคนนำของมาถวาย ท่านจะเอาถุงกระดาษใส่ของมาตัดเป็นสี่เหลี่ยม จัตุรัสแล้ววางซ้อน ๆ กันไว้อย่างประณีต ไม่ให้เหลื่อมกันเลย ท่าน เก็บไว้รองก้นกระโถน เมื่อบ้วนน้ำลายหรือทิ้งสิ่งของลงในกระโถน แล้ว ท่านก็จะเอากระดาษที่ตัดไว้นี้ปิดทับทุกครั้ง ทำให้ไม่น่ารังเกียจ และทำความสะอาดง่าย เวลาอุปัฏฐากเอาไปเททิ้งก็จะดูเหมือนทิ้ง เศษกระดาษ

รวมศิษย์พลิกผืนนา

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ คุณยายและเหล่าศิษยานุศิษย์ได้ร่วม กันสร้าง “บ้านธรรมประสิทธิ์” ขึ้นในวัดปากน้ำ เพื่อรองรับผู้มา ปฏิบัติธรรมที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ เมื่อคุณยายอายุ ๖๑ ปี หลังจากที่หลวงพ่อ ธัมมชโยบวชแล้ว มีคนมาปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ พื้นที่บ้านธรรมประสิทธิ์ไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้มาปฏิบัติธรรม คุณยายจึงรวบรวมศิษยานุศิษย์ไปสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่บนผืนนา ๑๙๖ ไร่ ที่ได้รับบริจาค ด้วยเงินทุนก้อนแรกเพียง ๓,๒๐๐ บาท  สถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ได้ชื่อว่า “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติ ธรรม” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระธรรมกาย”

พลิกทุ่งนาฟ้าโล่ง

 เมื่อหลวงพ่อธัมมชโยเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในและได้รับ ความสุขจากการปฏิบัติธรรม ท่านก็ปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นได้รับความ สุขบ้าง จึงไปชักชวนเพื่อนนิสิต และรุ่นพี่ รุ่นน้อง ในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์มาปฏิบัติธรรมกับคุณยาย

เจ้าแห่งความสะอาด

วันหนึ่งไปถึงบ้านธรรมประสิทธิ์ก่อนเวลานั่งสมาธิหลายชั่วโมง เห็นยายกำลังกวาดบ้านอยู่ก็เข้าไปช่วย ยายกวาดจากเพดาน กวาดฝาบ้าน กวาดโต๊ะ แล้วกวาดพื้น นอกจากนั้น ยายยังเอาผ้าเช็ดใต้โต๊ะ ใต้บันได เลยถามยายว่า ยายเช็ดใต้โต๊ะทุกครั้งด้วยเหรอ ยายบอกว่าทุกครั้ง ถามอีกว่าจำเป็นนักหรือ ยายก็ตอบว่าจำเป็น ก็แย้งว่า ใครเขาจะมาดู ยายตอบว่า “คนอื่นดูหรือไม่ดูไม่สำคัญ สำคัญว่า ประการที่ ๑ เรามันรู้อยู่แก่ใจว่ามันเกลี้ยงจริงหรือไม่จริง แล้วประการที่ ๒เรารักษาของในบ้านเราสะอาดมากเท่าไร วิมานของเราที่ เกิดแล้วด้วยอำนาจบุญของเรา มันจะผ่องใสขึ้นมากเท่านั้น”

บ้านกัลยาณมิตรหมายเลข ๑

ด้วยความวิริยอุตสาหะ และความเป็นคนทำอะไรทำจริงของ คุณยาย ทำให้ท่านศึกษาวิชชาธรรมกายได้อย่างรวดเร็วและ เชี่ยวชาญยิ่ง จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าเวรในการทำวิชชา และได้รับคำชมจากหลวงปู่วัดปากน้ำว่า “ลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง”

ยุทธการปัดระเบิด

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลวงปู่ท่านคุมลูกศิษย์ที่ได้ธรรมกายทุกคนให้ใช้วิชชาธรรมกายช่วยประเทศ ด้วยการซ่อนเมือง ซ่อนจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ พรางตาให้เห็นเป็นป่า เป็นทะเล ให้เห็นป่า เห็นทะเลว่าเป็นเมือง เป็นจุดยุทธศาสตร์ หลวงปู่คุมการทำงานนี้ด้วยตัวเองทั้งวันทั้งคืน ลูกศิษย์ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการปกป้องประเทศด้วยวิชชาธรรมกายท่านหนึ่ง คือ อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง(ปัจจุบันเหล่าศิษยานุศิษย์เรียกท่านว่า คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง)           คราวหนึ่งหลวงปู่ถามว่าเครื่องบินข้าศึกจะมากี่โมง คุณยายตรวจดูด้วยญาณก็เห็นว่าเป็นตีหนึ่ง   จึงตอบไปตามนั้น พอถึงเวลาตีหนึ่ง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น คุณยายก็ใช้วิชชาธรรมกายปัดระเบิด  ลงทะเลตามคำสั่งของหลวงปู่ ในสมัยนั้นหนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวว่า มีคนหลายคนมองเห็นแม่ชีเหาะขึ้นไป ปัดลูกระเบิด ภายหลังมีผู้ไปสอบถามผู้สูงอายุแถวสะพานพุทธ ซึ่งอยู่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นก็ยืนยันกันว่ามีคนเห็นกันหลายคน และหนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวไว้ด้วย หลังจากสงครามสงบได้สองวัน หลวงปู่เรียกประชุมศิษย์แล้วได้กล่าวชมคุณยายว่า “ลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง” เป็นครั้งเดียวที่คุณยายได้รับคำชม ซึ่งหลวงปู่ก็ไม่ค่อยชมใครในเรื่องทำวิชชา